การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในปัจจุบัน เพราะคนที่ทำแล้วก็มักจะรีวิวว่าทำได้จริง ได้เงินดี และประสบความสำเร็จได้ง่าย จนทำให้มีคนสนใจอยากจะเริ่มทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันมากขึ้น แต่ก่อนจะไปเริ่มต้นทำธุรกิจเราลองมาทำความรู้จักกับธุรกิจนี้กันเลยดีกว่า
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจหนึ่งที่มีนักลงทุนให้ความสนใจ เนื่องจากถ้าทำกำไรก็จะได้กำไรเป็นเงินก้อนที่ค่อนข้างมาก ซึ่งต้องแลกกับการลงทุนที่มากเช่นเดียวกัน การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากกิจกรรมนั้น ๆ เช่น ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า นิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน โดยมีลักษณะประกอบการจัดสรรที่ดิน หรือก่อสร้างอาคารขึ้นมาแบ่งเป็นห้องชุด หรือแบ่งให้เช่าเป็นส่วนๆ เพื่อการค้า เช่น กรณีศูนย์การค้า เป็นต้น การทำธุรกิจสังหาริมทรัพย์มีหลายรูปแบบ ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เราสามารถแยก ออกเป็นประเภทได้ ดังนี้
1. การซื้อขายทั่วไป
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ก็อยู่ในลักษณะเดียวกับการซื้อขายธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป เช่นการซื้อมาแล้วขายไป จะได้รับส่วนต่างคือกำไรที่ได้มา ต่างกันที่การซื้อขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุม
2. การปล่อยเช่า
เป็นการลงทุนหนึ่งครั้งและรอรับเงินอย่างสม่ำเสมอ เช่นการลงทุนซื้อหอพัก และปล่อยให้เช่าเป็นรายเดือน ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับการเลือกทำเลที่ตั้ง เพื่อให้อสังหาริมทรัพย์ของเรานั้นเป็นที่น่าสนใจ ถ้าทำเลบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่มีคนสนใจและเข้า-ออกอยู่เป็นประจำก็สามารถปรับจากรายเดือนเป็นรายวันได้
3. ธุรกิจนายหน้า
เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่จะต้องอาศัยคอนเนคชั่น เทคนิคต่างๆ ใช้วิธีการแมชหรือจับคู่ผู้ขายที่ต้องการขายอสังหาฯ มาให้พบกับความต้องการซื้อ ซึ่งผลตอบแทนก็จะได้เป็นค่าคอมมิชชั่นหรือเปอร์เซ็นต์จากการเป็นตัวกลางในการดำเนินการซื้อขายอสังหาฯ นั่นเอง ซึ่งการเป็นตัวแทนนั้นค่าตอบแทนจะอยู่ในข้อตกลงร่วมกัน
ประเภทของอสังหาริมทรัพย์
โดยทั่วไปแล้วการประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งแยกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ตามลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ดังนี้:
- อสังหาริมทรัพย์เพี่อการเกษตร เช่น สวนเกษตร หรือการจัดสรรที่ดินเพื่อการทำการเกษตรเป็นหลัก
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย เช่น โครงการที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ฯลฯ
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น มินิออฟฟิศ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม ตลาดสด อาคารจอดรถให้เช่า ฯลฯ
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น มินิแฟคตอรี่ สวน อุตสาหกรรม หรือเขตอุตสหกรรม ซึ่งก็คือนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยภาคเอกชน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือร่วมกับภาคเอกชนดำเนินการ ให้ใช้ชื่อว่า “นิคมอุตสาหกรรม” ฯลฯ
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน เช่น โรงแรมตามอากาศ รีสอร์ตอาคารชุดตากอากาศ ฯลฯ
